logo
logo logo
  • หน้าหลัก
  • เข้าสู่ระบบ
  • ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบ

ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่มีบัญชี ? ลงทะเบียน
Smartyquizkids - สนุกคิด สนุกถาม

SmartyQuizKids | แพลตฟอร์มการเรียนรู้แห่งอนาคต เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาโดยไม่แสวงหาผลกำไร อ้างอิงโครงสร้างเนื้อหาจากหลักสูตรแกนกลางฯ (สสวท.) โดยนำมาสรุปและเรียบเรียงใหม่เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ภาพประกอบสร้างสรรค์โดยเทคโนโลยี AI ที่ได้รับสิทธิ์การใช้งานอย่างถูกต้อง หากเจ้าของลิขสิทธิ์ท่านใดพบข้อผิดพลาดประการใด สามารถแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการแก้ไขได้ตลอดเวลา

Abouts

  • Micro-Learning เรียนง่ายได้ทุกที่
  • มินิควิซประลองความรู้สุดสนุก
  • เปลี่ยนการเรียนเดี่ยวเป็นพลังทีมเวิร์ก
  • ก้าวสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัลอย่างมั่นใจ
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว

Contact Us

  •   0829295259
  •   tpisit@wsst.ac.th
   
Image

© 2023 Smartyquizkids.com
All Rights Reserved.

ตัวอย่าง : กำหนดวัตถุประสงค์ของปัญหา (Objective)

💡 แนวทางการเขียนวัตถุประสงค์

ตัวอย่าง: สถานการณ์หาผลรวมของตัวเลข 2 จำนวน

วัตถุประสงค์: เพื่อสร้างโปรแกรมที่สามารถ รับค่าตัวเลข 2 จำนวนจากผู้ใช้ แล้ว นำมาบวกกัน และ แสดงผลรวมนั้นออกมา

🛠️ โครงสร้างสำหรับนำไปปรับใช้:

📥 ส่วนที่ 1: เพื่อสร้างโปรแกรมที่ [ระบุข้อมูลที่ต้องรับเข้า / Input]
⚙️ ส่วนที่ 2: แล้วนำมา [ระบุวิธีการประมวลผล / Process]
🖥️ ส่วนที่ 3: และ [ระบุผลลัพธ์ที่ต้องการ / Output]

ลองนำโครงสร้างนี้ไปเขียนกับสถานการณ์ของน้องๆ ดูนะครับ!

ตัวอย่าง : กำหนดรูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ

💡 แนวทางการกำหนดกรอบการศึกษา

ตัวอย่าง (สถานการณ์ต่อเนื่อง): หาผลรวมของตัวเลข 2 จำนวน

🖥️ 1. รูปแบบผลลัพธ์ที่ต้องการ (Output)
คือ ตัวเลขผลรวม (ของตัวเลขทั้ง 2 จำนวน)
📥 2. ข้อมูลนำเข้า (Input)
คือ ตัวเลขจำนวนที่ 1 และ ตัวเลขจำนวนที่ 2
⚙️ 3. ข้อมูลที่ใช้ในการแก้ปัญหา (Process)
คือ การนำ ตัวเลขจำนวนที่ 1 มาบวก (+) กับ ตัวเลขจำนวนที่ 2

🛠️ เทคนิคการตั้งคำถามกับตัวเอง:

  • Output: "สุดท้ายแล้วโปรแกรมต้องแสดงค่าอะไรออกมาให้เราเห็น?"
  • Input: "ผู้ใช้ต้องพิมพ์ข้อมูลอะไรเข้าไปให้โปรแกรมคิดบ้าง?"
  • Process: "โปรแกรมต้องเอา Input ไปทำอะไร (บวก ลบ คูณ หาร) ถึงจะได้ Output ออกมา?"

ตัวอย่าง : กำหนดข้อมูลนำเข้า

📥 แนวทางการกำหนดข้อมูลนำเข้า (Input)

สถานการณ์ต่อเนื่อง: หาผลรวมของตัวเลข 2 จำนวน

ตัวอย่างการเขียน:
ตัวเลขจำนวนที่ 1, ตัวเลขจำนวนที่ 2
💡 เทคนิคการคิด: ให้ถามตัวเองว่า "เพื่อให้ได้ผลลัพธ์นั้น เราต้องป้อนข้อมูลอะไรเข้าไปในโปรแกรมบ้าง?"

ตัวอย่าง : กำหนดข้อมูลอื่นๆ ที่ใช้ในการแก้ปัญหา

⚙️ แนวทางการกำหนดข้อมูลที่ใช้แก้ปัญหา (Process/Variables)

สถานการณ์ต่อเนื่อง: หาผลรวมของตัวเลข 2 จำนวน

ตัวอย่างการเขียน:
ตัวแปรเก็บตัวเลขที่ 1 (number1), ตัวแปรเก็บตัวเลขที่ 2 (number2), ตัวแปรเก็บผลรวม (sum)
💡 เทคนิคการคิด: ให้ถามตัวเองว่า "เราต้องสร้าง 'กล่องเก็บของ' หรือตัวแปรอะไรบ้างเพื่อใช้เก็บข้อมูลและการคำนวณ?"

ตัวอย่าง : ระบุข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนและจากการสืบค้นข้อมูล

🔍 แนวทางการระบุข้อมูลและกฎการตั้งชื่อตัวแปร

สถานการณ์ต่อเนื่อง: หาผลรวมของตัวเลข 2 จำนวน

🚩 กฎเหล็ก 4 ข้อในการตั้งชื่อตัวแปร (Variable):
  • 1. ภาษาอังกฤษเท่านั้น (เช่น weight, price)
  • 2. ห้ามเว้นวรรค (ใช้ totalPrice หรือ total_price)
  • 3. ห้ามขึ้นต้นด้วยตัวเลข
  • 4. ต้องเขียนให้ตรงกันเป๊ะ ทั้งใน Pseudocode, Flowchart และ Scratch
ตัวอย่างข้อมูลที่รวบรวมได้:
  • ตัวแปรที่ใช้: แลกเปลี่ยนและตกลงใช้ชื่อ number1, number2 และ sum (สะกดตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด)
  • สูตรคำนวณ: sum = number1 + number2
  • 📌 ข้อควรระวัง: ชื่อตัวแปรที่ตั้งไว้นี้ จะถูกนำไปใช้ต่อในรหัสจำลองและผังงานทันที!

💡 เทคนิคการคิด: ปรึกษาเพื่อนหรือค้นหาชื่อตัวแปรภาษาอังกฤษที่สื่อความหมาย เพื่อความเป็นมืออาชีพในการเขียนโปรแกรม

ตัวอย่าง : ระบุลักษณะรูปแบบของผังงานของโปรแกรม

🛤️ แนวทางการเลือกรูปแบบและลอจิก

สถานการณ์ต่อเนื่อง: หาผลรวมของตัวเลข 2 จำนวน

ตัวอย่างรูปแบบที่เลือก:
แบบเรียงลำดับ (Sequence)
เหตุผล: เพราะเป็นเส้นตรง เริ่มจากรับค่า -> คำนวณ -> แสดงผล โดยไม่มีเงื่อนไขตัดสินใจ (If-Else) หรือการทำซ้ำ (Loop)
⚠️ ข้อห้ามลืม: เมื่อเลือกรูปแบบ "เรียงลำดับ" แล้ว ในขั้นตอนการเขียน Pseudocode และวาด Flowchart จะต้องเขียนให้เป็นเส้นตรงยาวลงมาเพียงทิศทางเดียวเท่านั้น!
💡 เทคนิคการคิด: สังเกตจากผังงานที่สุ่มได้ ถ้าไม่มีทางแยก "ใช่/ไม่ใช่" แสดงว่าเป็นแบบเรียงลำดับแน่นอน!

ตัวอย่าง : ออกแบบอัลกอริทึมด้วยภาษาธรรมชาติ

📝 แนวทางการเขียนภาษาธรรมชาติ

สถานการณ์ต่อเนื่อง: หาผลรวมของตัวเลข 2 จำนวน

ตัวอย่างการเขียน:
  1. เริ่มต้นการทำงาน
  2. แสดงข้อความ "กรุณาป้อนตัวเลขที่ 1" เพื่อบอกผู้ใช้
  3. รับค่าตัวเลขที่ 1 มาเก็บไว้ในตัวแปร number1
  4. แสดงข้อความ "กรุณาป้อนตัวเลขที่ 2" เพื่อบอกผู้ใช้
  5. รับค่าตัวเลขที่ 2 มาเก็บไว้ในตัวแปร number2
  6. นำ number1 มาบวกกับ number2 แล้วเก็บผลลัพธ์ในตัวแปร sum
  7. แสดงผลลัพธ์ที่เก็บอยู่ในตัวแปร sum ออกทางหน้าจอ
  8. สิ้นสุดการทำงาน

ตัวอย่าง : ออกแบบอัลกอริทึมด้วยรหัสจำลอง

💻 แนวทางการเขียนรหัสจำลอง (Pseudocode)

สถานการณ์ต่อเนื่อง: หาผลรวมของตัวเลข 2 จำนวน

START
  PRINT "กรุณาใส่ตัวเลขที่ 1:"
  INPUT number1
  PRINT "กรุณาใส่ตัวเลขที่ 2:"
  INPUT number2
  SET sum = number1 + number2
  PRINT sum
END
💡 เทคนิคการคิด: แปลงข้อความจากภาษาธรรมชาติให้สั้นกระชับลง โดยใช้คำสั่งภาษาอังกฤษที่เป็นสากล เช่น นำเข้าใช้ INPUT, แสดงผลใช้ PRINT

ตัวอย่าง : ออกแบบอัลกอริทึมด้วยผังงาน

🖼️ แนวทางการออกแบบผังงาน (Flowchart)

สถานการณ์ต่อเนื่อง: หาผลรวมของตัวเลข 2 จำนวน

ตัวอย่างลำดับสัญลักษณ์ที่ต้องวาด:
START (เริ่มต้น)

⬇️
INPUT number1

⬇️
INPUT number2

⬇️
sum = number1 + number2

⬇️
PRINT sum

⬇️
END (จบ)
💡 ขั้นตอนที่น้องๆ ต้องทำ: คลิกลิงก์ไปที่ app.diagrams.net วาดสัญลักษณ์ตามรหัสจำลองที่เขียนไว้ บันทึกเป็นไฟล์รูปภาพ (เช่น .png หรือ .jpg) แล้วนำมาอัปโหลดในช่องด้านล่างนี้ครับ

ตัวอย่าง : กรอก HTML Code (Iframe)

💡 ทบทวนขั้นตอนการนำโค้ดมาส่ง

  1. เปิดเว็บไซต์ Scratch Online (scratch.mit.edu) เขียนและทดสอบโปรแกรมจนทำงานได้ถูกต้อง
  2. สำคัญมาก! อย่าลืมกดปุ่ม Share (แชร์) สีส้ม ที่แถบเมนูด้านบนของเว็บ Scratch เพื่อเปิดให้ผลงานเป็นสาธารณะ
  3. ที่หน้าโปรเจกต์ของน้องๆ ให้กดปุ่ม Copy Link (คัดลอกลิงก์) ที่อยู่ด้านล่างขวา
  4. จะมีหน้าต่างเด้งขึ้นมา ให้คลิกที่คำว่า Copy Embed (คัดลอกโค้ดสำหรับฝัง)
  5. นำโค้ดที่ได้ มาคลิกขวาแล้วเลือก Paste (วาง) ลงในกล่องข้อความของระบบได้เลยครับ!
src="https://scratch.mit.edu/projects/123456789/embed" allowtransparency="true" width="485" height="402" frameborder="0" scrolling="no" allowfullscreen>

📌 จุดสังเกต: โค้ดของน้องๆ จะต้องขึ้นต้นด้วยคำว่า เสมอครับ!